พระเหมือนไปรษณีย์??

มีคนถามหลวงพ่อรูปหนึ่งประมาณว่า
โยม : หลวงพ่อครับทำบุญอุทิศให้คนตาย ผู้ตายได้รับไหม
หลวงพ่อ : ไม่รู้สิโยม
โยม : หลวงพ่อไม่รู้ได้ไง ในเมื่อหลวงพ่อเปรียบเหมือนไปรษณีย์ส่งของ ส่งบุญให้คนที่ตายไป
หลวงพ่อ : นั่นเป็นแค่อาชีพเสริม  จริงๆ พระไม่ได้ทำหน้าที่ส่งบุญให้โยม หรือผู้ที่ตายไป แต่ท่านก็ทำด้วยจิตเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั่วๆ ไป เท่าที่ทราบพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ตรัสว่าพระคือบุรุษไปรษณีย์อันยอดเยี่ยม มีแต่ พระสงฆ์คือเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อบุญอื่นยิ่งกว่า อย่างบาลีที่ว่า อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกกสฺส
ผู้ที่ต้องการอุทิศบุญให้แก่ญาติ ก็ต้องทำบุญ ทำให้เกิดบุญ ทำให้มีบุญ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จากนั้นก็การอุทิศบุญให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปด้วยตนเอง เพราะบางทีเค้าเหล่านั้นต้องรอให้ญาติเท่านั้นอุทิศให้ถึงได้รับ เหมือนเปรตที่เคยเป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งได้พบได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ แต่พระพุทธเจ้าก็อุทิศบุญไปให้ แต่รับไม่ได้ พอมาถึงพระเจ้าพิมพิสาร พระองค์ก็ทำบุญด้วยพระองค์เอง ด้วยการถวายภัตตาหาร น้ำ ผ้า เป็นต้น แล้วพระองค์ก็ตรัสอุทิศด้วยพระองค์เอง ด้วยพระดำรัสว่า อิทัง โน ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตโย ขอส่วนบุญที่ได้ทำนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลายของเราจงเป็นสุขๆ เถิด" ดังที่ปรากฏใน ติโรกุฑฑสูตร พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ไม่ได้ทำพิธีอะไรเลย เป็นแต่เพียงผู้กล่าวอนุโมทนา
เมื่อญาติเหล่านั้น ได้รับทราบและอนุโมทนา เค้าก็จะได้รับส่วนบุญ และทำให้เกิดสุขตามอัตภาพฐานะที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ที่กล่าวมาก็แสดงว่า คนทำบุญ ได้บุญ มีบุญ แล้วอุทิศบุญให้ญาติด้วยตนเอง ด้วยการกล่าวตามภาษาของตนเองก็ได้ อย่าไปหลงประเด็นว่าต้องรอให้คนนั้น คนนี้ หรือต้องทำพิธีอย่างนั้น อย่างนี้ หลายคนหมดเงินมากมาย แถมได้บาปติดตัวอีก เพราะเข้าใจว่าทำบุญต้องเชิญคนมามากมาย ต้องเลี่ยงสุรา ฆ่าสัตว์ จ้างหมอลำมาร้องมาลำ หรือต้องจ้างคนนั้น คนนี้ทำพิธี




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *