การไถ่บาป

บูชา เทียน 

      เรื่องการไถ่บาปเป็นเรื่องไร้สาระ.  ถ้าหากว่าชายคนหนึ่งไปขโมยของเขา แล้วก็เอานกพิราบหรือแกะมาบูชายัญไถ่โทษบาปที่ตนได้กระทำให้แก่นักบวชไว้. โทษที่ตนทำทุจริตไว้ มันก็ยังอยู่อย่างเดิม. ถ้าจะให้โทษของตนลดน้อยเบาบางลง ไม่ต้องไปฆ่าสัตว์อีกหรอก ควรคืนของที่ตนลักมาให้แก่เจ้าของเสีย และต่อไปอย่าได้ประพฤติทุจริตอีก.
       ถ้าหากว่าชายคนหนึ่งใส่ความเขา ให้เขาเสื่อมเสียเกียรติคุณ แล้วก็ไปฆ่าวัวบูชายัญเพื่อไถ่โทษบาปที่ตนได้ใส่ความเขา. ก็การฆ่าวัว มันไปเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่ไปใส่ความเขาเล่า. ควรที่จะถอนคำพูดใส่ความเสีย และตั้งใจว่าจะไม่ประพฤติดังนั้นอีก ปล่อยวัวไป ไม่ให้มันมาเกี่ยวข้องต้องตายด้วย มิดีกว่าหรือ?
      การบูชายัญ โดยฆ่ามนุษย์และสัตว์อื่นเพื่อไถ่โทษบาป ไม่มีคุณประโยชน์สร้างสรรค์อะไรเลยแม้แต่น้อย. ถ้าจะไถ่โทษที่ตนได้ทำไปก็คืนสิ่งของที่เราได้ทำให้เขาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย. และตั้งใจประพฤติสิ่งที่สร้างสรรค์ดังนั้นอีก นี่สิจึงจะสมควรกันบ้าง.
     กฎหมายที่ดีแท้ ซึ่งอุบัติเนื่องมาจากธรรมดาโลก จะร้องขอหรือยอมรับเอาผู้ที่ไม่มีความผิดมาลงโทษแทนผู้ที่มีความผิด ไม่ได้. แม้แต่เทพเจ้าหรือเทวดาที่ตนนับถือจะยอมองค์เองมาทรมานไถ่โทษผู้อื่นก็ไม่ได้. เพราะเป็นการผิดธรรมดาของโลก ผิดหลักยุติธรรมและจรรยา. เทพเจ้าจะตั้งกฎรักษาโลกดังนี้ไม่ได้ และจะมายอมรับโทษแทนผู้ที่ประพฤติผิดต่อกฎที่ตนเองตั้งไว้เอง ก็ไม่ได้. เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งที่ฆ่าคนอื่นตาย เมื่อชำระความก็จริงดังที่ตั้งข้อหา และถูกตัดสินประหารชีวิต. ยังมีชายอีกคนหนึ่งกรากเข้ามาหาเจ้าเมืองและบอกว่า เขาเต็มใจตายแทนผู้ร้ายคนนั้น. ฝ่ายเจ้าเมืองบอกว่าดีแล้ว เพราะเกิดฆ่ากันตาย ฉันจะต้องเอาใครบางคนมาประหารชีวิตแทนจึงจะถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ดังนี้ มันจะเป็นกฎหมายยุติธรรมได้อย่างไร. ถ้าหากว่าเจ้าเมืองจะยอมตายแทนคนร้าย ก็ไม่มีผลในเชิงสร้างสรรค์แต่อย่างใดเลย. กลับเป็นการฆ่าคนที่ไม่มีความผิดเพิ่มอีกคนหนึ่ง. ส่วนผู้ร้ายที่ฆ่าคนอื่นตายก็ไม่ได้รับโทษอะไร. กฎหมายอย่างนี้จะเป็นกฎหมายที่ถูกต้องยุติธรรมแน่แท้ได้อย่างไร.
     พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า ตนทำบาปเอง ตนก็เศร้าหมองเอง ตนไม่ทำบาป ตนก็บริสุทธิ์เอง ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน คนอื่นจะให้คนอื่นบริสุทธิ์แทนไม่ได้  เราจะเป็นชาวพุทธหรือไม่ไม่สำคัญ จะนับถือพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็ตาม จะรู้จักพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็อยู่ในลักษณะ พระพุทธเจ้าไม่ได้ตั้งกฎนี้ขึ้น แต่เป็นเรื่องธรรมดาของโลก ซึ่งต้องเป็นแบบนี้ อย่าได้ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะมีใครมาไถ่บาปให้  ถึงพระศรีอริยเมตไตยมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  ก็ไม่สามารถไถ่บาปให้ท่านได้  เทพเจ้าองค์ไหน ๆ  ก็ไม่สามารถทำให้ท่านบริสุทธิ์ได้ ท่านต้องทำเอง ในเมื่อความดี  ความชั่ว  เกิดที่ตัวท่านเอง  ท่านก็ต้องละด้วยตนเอง




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *