การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

               ปาฏิหาริย์ในพุทธประวัติ ได้มีการบันทึกลงในคัมภีร์จริง แต่ก็ไม่ปรากฏมากนัก คงมีแต่ในเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เช่น ตอนโปรดโจรองคุลีมาล เป็นต้น ซึ่งปาฏิหาริย์ดังกล่าวมานี้ หากไม่จำเป็นจริงๆ พระพุทธองค์จะไม่แสดง นอกจากนั้นยังทรงบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุสงฆ์แสดงปาฏิหาริย์ใด เพราะอาจเป็นที่มาของความลุ่มหลงมัวเมาคลั่งไคล้ของประชาชนได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสปาฏิหาริย์เอาไว้ ๓ ประการ ได้แก่ ๑. อิทธิปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ได้  ๒. อาเทสนาปาฎิหาริย์  ปาฎิหาริย์ในการทำนายทายทัก หรือทราบวาระจิตของผู้อื่น และ ๓. อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ได้แก่การสามารถสอน
ให้ผู้คนเห็นธรรมได้อย่างง่ายดาย
               ในปาฎิหาริย์ ทั้ง ๓ อย่างนี้ พระพุทธองค์ทรงห้ามมิให้พระภิกษุสงฆ์แสดงปาฏิหารย์สองข้อแรก แต่ทรงชื่นชมยินดีกับการแสดงปาฎิหาริย์ แบบที่สาม คือการสามารถแสดงธรรมให้ผู้อื่นรู้แจ้งด้วยปัญญาได้ ถือเป็นปาฏิหาริย์ที่ยอดเยี่ยม เพราะเป็นปาฏิหาริย์ที่ทำให้คนพ้นทุกข์ มิใช่เพื่อให้คนงมงาย

             สรุปแล้ว ปาฏิหาริย์มีจริง เพียงแต่เป็นสิ่งที่ไม่ประเสริฐ ไม่ก่อให้เกิดความเจริญทางปัญญาแต่อย่างใด ยิ่งคนที่ยังมีกิเลสอยู่  ก็อาจจะหลงทางนำเอาอิทธิปาฏิหาริย์ที่ตนมีไปใช้หาผลประโยชน์หรือเพิ่มทิฏฐิมานะให้กับตนเอง ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงห้ามมิให้พระภิกษุสงฆ์แสดงอิทธิปาฏิหาริย์

โดย พระมหาบุญเพียร ปุญญวิริโย
จากสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
ชุด พุทธประวัติ ฉบับ CD-ROM
จัดทำโดย
ศูนย์บริการวิชาการ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
ห้องเรียนวัดศรีบุญเรือง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *