มงคลสูตร

มงคลสูตร

มงคลสูตร

   เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา. สาวัตถิยัง วิหะระติ. เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ. อาราเม.อะถะ โข อัญญะตะรา เทวะตา  อะภิกกันตายะ รัตติยา, อะภิกกันตะวัณณา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา อุปะสังกะมิตวา ภะคะวันตัง อะภิวาเทตวา เอกะมันตัง อัฏฐาสิ  เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา, ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ.

พะหู เทวา มะนุสสาจะ            มังคะลานิ อะจินตะยุง
อากังขะมานา โสตถานัง          พรูหิ มังคะละมุตตะมัง
อะเสวะนา จะ พาลานัง            ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา
ปูชา จะ ปูชะนียานัง                เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ             ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ              เอตัมมังคะละมุตตะมัง
พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ           วินะโย จะ สุสิกขิโต
สุภาสิตา จะ ยา วาจา              เอตัมมังคะละมุตตะมัง
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง                  ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
อะนากุลา จะ กัมมันตา            เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ         ญาตะกานัญจะ สังคะโห
อะนะวัชชานิ กัมมานิ               เอตัมมังคะละมุตตะมัง
อาระตี วิระตี ปาปา                  มัชชะปานา จะ สัญญะโม
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ            เอตัมมังคะละมุตตะมัง
คาระโว จะ นิวาโต จะ              สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง             เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ขันตี จะ โสวะจัสสะตา             สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา             เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ        อะริยะสัจจานะทัสสะนัง
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ              เอตัมมังคะละมุตตะมัง
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ              จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
อะโสกัง วิระชัง เขมัง               เอตัมมังคะละมุตตะมัง
เอตาทิสานิ กัตวานะ                สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ         ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ.

ตำนานมงคลสูตรแปล

มงคลสูตรในขุททกปาฐะ
[๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
   สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิก เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไปเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงามยิ่งนัก  ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า
[๖] เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดมงคลทั้งหลาย ขอพระองค์จงตรัสอุดมมงคล

พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาตอบว่า

   การไม่คบคนพาล ๑ การคบบัณฑิต ๑ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา ๑ นี้เป็น อุดมมงคล การอยู่ในประเทศอันสมควร ๑ความเป็นผู้มีบุญอันกระทำแล้ว ในกาลก่อน ๑ การตั้งตนไว้ชอบ ๑ นี้เป็นอุดมมงคล พาหุสัจจะ ๑ ศิลป ๑ วินัยที่ศึกษาดีแล้ว ๑ วาจาสุภาสิต ๑ นี้เป็นอุดมมงคล การบำรุงมารดาบิดา ๑ การสงเคราะห์บุตรภรรยา ๑ การงานอันไม่อากูล ๑ นี้เป็นอุดมมงคล ทาน ๑ การประพฤติธรรม ๑การสงเคราะห์ญาติ ๑ กรรมอันไม่มีโทษ ๑ นี้เป็นอุดมมงคลการงดการเว้นจากบาป ๑ ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๑ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ๑ นี้เป็นอุดมมงคลความเคารพ ๑ ความประพฤติถ่อมตน ๑ ความสันโดษ ๑ความกตัญญู ๑ การฟังธรรม โดยกาล ๑ นี้เป็นอุดมมงคลความอดทน ๑ ความเป็นผู้ว่าง่าย ๑ การได้เห็นสมณะทั้งหลาย ๑ การสนทนาธรรมโดยกาล ๑ นี้เป็นอุดมมงคลความเพียร ๑ พรหมจรรย์ ๑ การเห็นอริยสัจ ๑ การกระทำนิพพานให้แจ้ง ๑ นี้เป็นอุดมมงคล จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลายถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว ๑ ไม่เศร้าโศก ๑ ปราศจากธุลี ๑ เป็นจิตเกษม ๑ นี้เป็น อุดมมงคล เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทำมงคลเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่ปราชัย ในข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน นี้เป็นอุดมมงคล ของเทวดาและมนุษย์เหล่านั้น ฯ
จบมงคลสูตร




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *