ลักษณะ ๕ ของวาจาสุภาษิต

วาจาสุภาษิต

 ลักษณะ ๕ ของวาจาสุภาษิต

  "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาที่ประกอบด้วยองค์ ๕ นับเป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้ คือ
              ๑. วาจาที่กล่าว (ถูกต้อง) ตามกาล
              ๒. วาจาที่กล่าว เป็นความจริง
              ๓. วาจาที่กล่าว อ่อนหวาน
              ๔. วาจาที่กล่าว ประกอบด้วยประโยชน์
              ๕. วาจาที่กล่าว ด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๑

๕๔. เหตุที่ทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ไม่นาน

              "สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ป่าไผ่ ใกล้เมืองมิถิลา ลำดับนั้น ท่านพระกิมพิละ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่งแล้ว กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่ตั้งอยู่ยืนในเมื่อพระตถาคตเจ้าปรินิพพานแล้ว." "ดูก่อนกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพระธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา ไม่เคารพยำเกรงกันและกัน. นี้แล กิมพิละ เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่ตั้งอยู่ได้นานในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๕

๕๕. เหตุที่ทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้นาน

              "พระกิมพิละกราบทูลถามต่อไปว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แล้วก็อะไรเล่าเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่ทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเจ้าปรินิพพานแล้ว ดูก่อนกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพระธรรมวินัยนี้ เคารพยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา เคารพยำเกรงกันแลกัน. นี้แล กิมพิละ เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรม ตั้งอยู่ได้นานในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๕

๕๖. การค้าขาย ๕ อย่างที่อุบาสกไม่ควรทำ 
        
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การค้าขาย ๕ อย่างเหล่านี้ อันอุบาสกไม่ควรทำ คือ 
        ๑. การค้าขายศัสตรา (สัตถวณิชชา)
              ๒. การค้าขายสิ่งมีชีวิต (สัตตวณิชชา)๑ 
             ๓. การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา)๒ 
       ๔. การค้าขายน้ำเมา (มัชชวณิชชา) 
   ๕. การค้าขายยาพิษ (วิสวณิชชา)

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การค้า ๕ อย่างเหล่านี้ อันอุบาสกไม่ควรทำ."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๓๒

๕๗. คนพูดมากมีโทษ ๕

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้ ในบุคคลผู้พูดมาก คือ
              ๑. ย่อมพูดปด
              ๒. ย่อมพูดส่อเสียด (คือยุให้แตกร้าวกัน)
              ๓. ย่อมพูดคำหยาบ
              ๔. ย่อมพูดเพ้อเจ้อ
              ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต (ความล่มจมตกต่ำ) นรก

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้แล ในบุคคผู้พูดมาก."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒

๕๘. คนพูดด้วยปัญญามีอานิสงส์ ๕

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้ ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา คือ
              ๑. ไม่พูดปด
              ๒. ไม่พูดส่อเสียด
              ๓. ไม่พูดคำหยาบ
              ๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อ
              ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้แล ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา."

๕๘. คนพูดด้วยปัญญามีอานิสงส์ ๕

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้ ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา คือ
              ๑. ไม่พูดปด
              ๒. ไม่พูดส่อเสียด
              ๓. ไม่พูดคำหยาบ
              ๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อ
              ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้แล ในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒

๕๙. โทษของความไม่อดทน ๕ ประการ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการของความไม่อดทนเหล่านี้ คือ
              ๑. ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจของคนมาก
              ๒. มากไปด้วยเวร
              ๓. มากไปด้วยโทษ
              ๔. หลง ถึงแก่ความตาย
              ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของความไม่อดทน ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒

๖๐. อานิสงส์ของความอดทน ๕ ประการ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของความอดทน ๕ ประการเหล่านี้ คือ
              ๑. เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของคนมาก
              ๒. ไม่มากไปด้วยเวร
              ๓. ไม่มากไปด้วยโทษ
              ๔. ไม่หลง ถึงแก่กรรม
              ๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของความอดทน ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒

๖๑. อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการเหล่านี้ คือ
              ๑. ย่อมได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยฟัง
              ๒. สิ่งที่ได้ฟังแล้ว ย่อมชัดเจนขึ้น
              ๓. บรรเทาความสงสัยเสียได้
              ๔. ทำความเห็นให้ตรงได้
              ๕. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๖

๖๒. อานิสงส์ของข้าวยาคู ๕ ประการ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของข้าวยาคู ๕ ประการเหล่านี้ คือ
              ๑. บรรเทาความหิว
              ๒. บรรเทาความกระหาย
              ๓. ลมเดินสะดวก
              ๔. ชำระลำไส้
              ๕. ทำอาหารที่ยังไม่ย่อยที่เหลือให้สุก

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของข้าวยาคู ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๘

๖๓. โทษในการไม่เคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการ

           "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในการไม่เคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการเหล่านี้ คือ
              ๑. สายตาไม่ดี
              ๒. ปากมีกลิ่นเหม็น
              ๓. ประสาทรับรสไม่หมดจด
              ๔. ดีและเสมหะรึงรัดอาหาร
              ๕. รับประทานอาหารไม่มีรส๓

         "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษในการไม่เคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๘

๖๔. อานิสงส์ในการเคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการ

          "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการเหล่านี้ คือ
              ๑. สายตาดี
              ๒. ปากไม่มีกลิ่นเหม็น
              ๓. ประสาทรับรสหมดจด
              ๔. ดีและเสมหะไม่รึงรัดอาหาร
              ๕. รับประทานอาหารมีรส

           "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเคี้ยวไม้สีฟัน ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๘

๖๕. โทษในการกล่าวธรรมด้วยเสียงขับอันยาวของภิกษุ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้ ของภิกษุผู้กล่าวธรรมด้วยเสียงขับอันยาว คือ
              ๑. ตนเองก็ติดในเสียงนั้น
              ๒. ผู้อื่นก็ติดในเสียงนั้น
              ๓. คฤหับดีทั้งหลายจะยกโทษว่า สมณะ ศากยบุตรเหล่านี้ขับร้องเหมือนพวกตน
              ๔. เมื่อติดใจการทอดเสียง สมาธิก็ทำลาย
              ๕. ประชุมชน(ภิกษุ) ในภายหลังจะถือเป็นแบบอย่าง

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของภิกษุผู้กล่าวธรรมด้วยเสียงขับอันยาว ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๙

๖๖. โทษของผู้หลับโดยไม่มีสติสัมปชัญญะ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้ ของผู้หลงลืมสติ ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ คือ
              ๑. หลับเป็นทุกข์
              ๒. ตื่นเป็นทุกข์
              ๓. ฝันร้าย
              ๔. เทวดาไม่รักษา
              ๕. น้ำอสุจิเคลื่อน

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของผู้หลงลืมสติ ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๙

๖๗. อาสงส์ของผู้หลับโดยมีสติสัมปชัญญะ

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้ ของผู้ตั้งสติ มีสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ คือ
              ๑. หลับเป็นสุข
              ๒. ตื่นเป็นสุข
              ๓. ไม่ฝันร้าย
              ๔. เทวดารักษา
              ๕. น้ำอสุจิไม่เคลื่อน

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของผู้ตั้งสติ มีสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ ๕ ประการเหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๙

๖๘. อกุศลราศี (กองแห่งอกุศล)

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อกล่าวว่า อกุศลราศี (กองแห่งอกุศล) เมือ่กล่าวให้ชอบ ก็ควรกล่าวถึงนิวรณ์ ๕ อย่าง. นิวรณ์ ๕ อย่างล้วนเป็นอกุศลราศี คือ
              ๑. กามฉันท์ ความพอใจในกาม
              ๒. พยาบาท ความคิดปองร้าย
              ๓. ถีนมิทธะ ความหดหู่ง่วงงุน
              ๔. อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งสร้านรำคาญใจ
              ๕. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อกล่าวว่า อกุศลราศี (กองแห่งอกุศล) เมื่อกล่าวให้ชอบ ก็ควรกล่าวถึงนิวรณ์ ๕ อย่าง นิวรณ์ ๕ อย่างล้วนเป็นอกุศลราศี."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๗๔

๖๙. ผู้บวชเมื่อแก่ที่มีคุณธรรม

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ประกอบด้วยธรรม ๕ อย่าง หาได้ยาก คือ
              ๑. ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ละเอียดอ่อน หาได้ยาก
              ๒. ผู้บวชเมื่อแก่ สมบูรณ์ด้วยอากัปกิริยา หาได้ยาก
              ๓. ผู้บวชเมื่อแก่ เป็นผู้คงแก่เรียน๔ หาได้ยาก
              ๔. ผู้บวชเมื่อแก่ เป็นพระรรมกถึก๕ หาได้ยาก
              ๕. ผู้บวชเมื่อแก่ เป็นผู้ทรงพระวินัย หาได้ยาก

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ประกอบด้วยธรรม ๕ อย่างเหล่านี้แล หาได้ยาก"

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๙๐

๗๐. ผู้บวชเมื่อแก่ที่มีคุณธรรม หาได้ยากอีกประเภทหนึ่ง

  "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ประกอบด้วยธรรม ๕ อย่าง หาได้ยาก คือ
              ๑. ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ว่าง่าย หาได้ยาก
              ๒. ผู้บวชเมื่อแก่ ที่รับโอวาทด้วยดี หาได้ยาก
              ๓. ผู้บวชเมื่อแก่ ที่รับโอวาทโดยเคารพ๖ หาได้ยาก
              ๔. ผู้บวชเมื่อแก่ เป็นพระธรรมกถึก หากได้ยาก
              ๕. ผู้บวชเมื่อแก่ เป็นผู้ทรงพระวินัย หาได้ยาก

   "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้บวชเมื่อแก่ ที่ประกอบด้วยธรรม ๕ อย่างเหล่านี้แล หาได้ยาก."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๙๐

๗๑. สัมปทา (ความถึงพร้อมหรือความสมบูรณ์) ๕

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัมปทา ๕ เหล่านี้ คือ
              ๑. สัทธาสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยความเชื่อ๗
              ๒. สีลสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยศีล
              ๓. สุตสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยการสดับตรับฟัง
              ๔. จาคสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ
              ๕. ปัญญาสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยปัญญา

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัมปทา ๕ เหล่านี้แล."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๕๘

๗๒. คนที่เกิดมาเพื่อประโยชน์ความสุขแก่คนมาก

              "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนดี๘ เมื่อเกิดมาในสกุลย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก คือ
              ๑. แก่มารดา บิดา
              ๒. แก่บุตร ภรรยา
              ๓. แก่ทาส กรรมกร และชาวเมือง
              ๔. แก่มิตร และอำมาตย์
              ๕. แก่สมณและพราหมณ์๙

              "เสมือนหนึ่งเมฆฝนใหญ่ เมื่อทำให้ข้าวกล้าสมบูรณ์ก็ย่อมเป็นไป เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก."

ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๕๐

 

——————————————————————————–
๑. หมายถึงขายมนุษย์
๒. หมายถึงสัตว์เลี้ยงประเภทใช้ฆ่ากินเนื้อไว้ขาย
๓. แปลตามตัวว่า อาหารของผู้นั้น ไม่ทำความพอใจให้
๔. พหุสฺสุโต สดับตรับฟังมาก
๕. ผู้แสดงธรรม
๖. ปทกฺขิณคฺคาหี รับโดยเบื้องขวา
๗. ในที่ไหนสอนให้มีความเชือ่ ในที่นั้นจะสอนให้มีปัญญาเสมอ
๘. สปฺปุริโส ตรงกับคำว่า สัตบุรุษ
๙. การใช้คำคู่แบบนี้ เป็นสำนวนบาลี




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *