ธรรมคีตะ ( พระคุณแม่ )

ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่

 คำว่า “แม่” นั้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ
สุดจะเทียบเทียมได้ในโลกหล้า
เพราะแม่นั้นให้กำเนิดเกิดลูกมา
คุณของค่าน้ำนมหาใดปาน
คำว่าแม่มีแต่ให้ไม่คิดรับ
แม่ให้ทรัพย์ให้วิชาให้อาหาร
ให้ชีวิตให้ความคิดให้วิญญาณ
สุดประมาณจะนับได้มากมายจริง
แม่ลำบากตรากตรำทุกค่ำเช้า
หนักก็เอาเบาก็สู้ไม่รู้หนี
แม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งตาปี
แม่ยอมพลีชีวิตทั้งจิตใจ
ก็เพื่อลูกผูกพันกระสันรัก
แม้ดวงตาแม่รักควักให้ได้
เมื่อลูกโศกแม่เล่ายิ่งเศร้าใจ
ทั่วแดนไตรคุณแม่เลิศประเสริฐเอย

ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่ ๒

โอ้ ลูกเอ๋ยลูกน้อยกลอยใจแม่
แม่ดูแลปกปักษ์เลี้ยงรักษา
เฝ้าเห่กล่อมยอมลำบากตรากตรำมา
ยามเจ้าตื่นหรือนิทราก็อาทร
พ่อของเจ้าก็เอาใจไม่น้อยกว่า 
เหน็ดเหนื่อยจากการงานมาอุตส่าห์ป้อน
รีบชงนมต้มน้ำซ้ำอดนอน
ยามเจ้าร้องออดอ้อนไม่ดุดัน
ลูกป่วยไข้ใจพ่อแม่แทบจะขาด
ภาวนาให้แคล้วคลาดจากภัยนั้น
อยากรับทุกข์ของลูกมาผูกพัน
อยากกีดกั้นภัยทุกอย่างให้ห่างไกล
เมื่อเติบโตให้เจ้าเข้าใจซึ้ง
เราสองคนผู้ซึ่งอยู่ชิดใกล้
ถึงดุด่าว่าตีใช่อะไร
ก็เพราะหวังปลูกฝังให้เจ้าได้ดี
ลูกอย่าเคืองอย่าโกรธโทษผิดๆ
จงพินิจด้วยปัญญาอย่าหลีกหนี
ที่พ่อแม่รักเจ้าเท่าชีวี
เลี้ยงลูกมาจนบัดนี้เพื่ออะไร
มิหวังให้ตัวเจ้าทุกข์ยากเข็ญ
หวังให้เจ้าเปี่ยมเต็มทุกสมัย
คุณธรรมนำรอดตลอดไป
เพราะความดีจะคุ้มภัยตลอดกาล
พ่อแม่ส่งเงินทองให้ลูกใช้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย
อันพ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
ลูกสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ


ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่ ๓
 พ่อแบกไถไปนายามฟ้าสาง
ลูกคิดสร้างแต่ชั่วมั่วหม่นหมอง
แม่รดผักตักน้ำในลำคลอง
ลูกไปจองตั๋วดูหนังแต่ยังวัน
พ่อถางป่าทำนาจนฟ้าสาง
ลูกสบายอัดบุหรี่ไม่เหลียวหลัง
พ่อกินข้าวกับเกลือเมื่อเที่ยงวัน
ลูกสุขสันต์ข้าวมันไก่ใจใหญ่พอ
พ่อหน้าดำคร่ำเครียดถางแต่ป่า
ลูกเที่ยวบาร์ฟลอร์โชว์โก้จริงหนอ
แม่ห่มผ้าผืนหนึ่งซึ่งมอซอ
ลูกแสนหล่อนุ่งมอสยอดไปเลย
พ่อตัวดำหลังคู้อยู่กลางทุ่ง
ลูกมัวยุ่งเที่ยวหญิงไม่นิ่งเฉย
พ่อฝ่าแดดตากลมจนไม่เสบย
โอ้ ลูกเอ๋ยเล่นไพ่ไม่แลมอง
แม่ขาดเลือดแห้งผอมตรอมใจเศร้า
ว่าลูกเราอนาคตหมดหวังหนอ
เพราะแม่จนลูกจึงชั่วมัวสอพลอ
ทำเหล่ากอให้พินาศขาดคุณธรรม
ขอเพียงแค่นี้ลูกเอ๋ย
เกินเลยไหมที่จะสนอง
ธรรมะเท่านั้นคุ้มครอง
ปกป้องคนดีร่มเย็น
ชีวิตควรมีหางเสือ
ดั่งเรือที่ดีมิเว้น
ลูกควรตั้งจิตบำเพ็ญ
ธรรมะเป็นคุณตลอดไป

ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่ ๔


โอ้ พระคุณเหนือเกล้าของลูกเอ๋ย
ลูกไม่เคยลืมบุญคุณของแม่นี้
สุดซาบซึ้งถึงค่าความปราณี
ที่แม่มีต่อลูกจิตผูกพัน
ลูกจะแทนคุณได้อย่างไรหนอ
เพื่อให้พอเพียงบุญคุณของแม่นั้น
ลูกบวชเรียนเพียรพากมากอนันต์
แต่ดูมันเล็กน้อยด้อยเกินไป
อันน้ำนมของแม่นี้มีค่าล้น
ลูกสุดค้นสรรหาคำปราศรัย
หาคำอื่นหมื่นแสนในแดนใด
จะยิ่งใหญ่เกินมารดาหาไม่มี
คุณยิ่งใหญ่หาใดเปรียบมาเทียบทัน
จะเปรียบด้วยดินฟ้ามหาสมุทร
ก็ไกลสุดฟ้าดินเมฆินคั่น
จะเอาดินสิ้นพิภพบรรจบกัน
มาเสกสรรให้เป็นเช่นปากกา
แล้วนำน้ำมหาสมุทรแสนสุดลึก
ทำแทนหมึกจดสมุทรจนสุดหา
จารึกขานพระคุณของมารดา
บนแผ่นฟ้าแทนกระดาษเพียรวาดไป
จนหมดสิ้นดินฟ้ามหาสมุทร
จะสิ้นสุดคุณมารดาก็หาไม่
อันพระคุณเลิศยิ่งกว่าสิ่งใด
ที่แม่ให้ลูกรักประจักษ์เอย

 


ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่ ๕

(เพลงขับร้องโดย ชินกร ไกรลาส)

พ่อแม่ใครลูกอยู่ไหนกันเล่า
ปล่อยให้ท่านซึมเศร้าเคล้าน้ำตา
ต้องซมซานอาศัยบ้านคนชรา
คงจะมีปัญหาเห็นแล้วน่าห่วงใย
เอ่ยปากถามจึงทราบความมาว่า
ลูกหญิงชายเลี้ยงมาทำสาแก่ใจ
เมื่อได้ดีไม่มีมาห่วงใย
บ้านที่ดินโอนให้กลับไร้ที่พึ่งพา
โอ้อกพ่อแม่ยามแก่ยามเฒ่า
เมื่อถูกลูกเต้าเขามาต่อว่า
คนหัวโบราณว่าท่านต่างๆ นาๆ
ติฉินนินทาท่านบอกว่าน้อยใจ
ลูกเกิดมาบิดามารดาเลี้ยงดู
เมื่อลูกๆ ฟังอยู่คงรู้ว่าใคร
ออกนอกบ้านซมซานจากไกล
โปรดจงกลับใจรับท่านไปเลี้ยงดู

ธรรมะคีตะ : พระคุณแม่ ๖


(เพลงขับร้องโดย ไวพจน์ เพชรสุพรรณ)

แม่จ๋า แม่ แม่ แม่ เฝ้าแลเหลียว
แม่คนเดียวเลี้ยงลูกหลายคนได้
ลูกหลายคนเกิดมาน่าแปลกใจ
เลี้ยงไม่ได้แม่คนเดียวไม่เหลียวแล
หญิงคนหนึ่งนั้นหรือชื่อว่าแม่
จำกันได้ไหมหนอ มอ สระ แอ
มีไม้เอกใช่แน่แม่ของเรา
แม่คำเดียวจำได้หญิงชายรู้
ชื่อคุ้นหูแม่แกแม่ของเค้า
คนที่รักเราแน่แม่ของเรา
เป็นแม่เก่าคนเดิมเริ่มเกิดมา
ใครที่ว่ารักเราไม่เท่าแม่
เฝ้าเหลียวแลสารพัดตัดปัญหา
ปากว่าเกลียดใจสมเพชเวทนา
เลี้ยงลูกมาจนโตโอ้ประคุณ
ลูกผู้หญิงควรเทิดไว้ใส่เหนือหัว
อย่าหลงผัวลืมแม่แกจะวุ่น
ลูกผู้ชายทำไฉนจะได้บุญ
บวชแทนคุณที่เลี้ยงมาค่าน้ำนม

………………………… เอวัง …………………………

 

ที่มา : หนังสือ "กล่าวถึงพระคุณแม่"




แสดงความคิดเห็นที่นี่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *